Cabochon Hotel
อ้อยอิ่งอยู่ในกาลเวลาแห่งยุค 1920’s

ใครจะเชื่อว่าแค่เพียงไม่กี่ก้าวจากถนนสุขุมวิทที่การจราจรแสนคับคั่ง จะมีบูติกโฮเต็ลเล็กๆ แสนสวยซ่อนตัวอยู่ เพราะแค่เราก้าวเดินผ่านประตู เข้าไปในพื้นที่ของโรงแรม ก็ดูเหมือนนาฬิกา และสิ่งแวดล้อมรอบตัวจะค่อยๆ เดินช้าลง จนพาเราย้อนเวลากลับไปยังยุค 1920’s ยุคที่สาวๆ ทาปากแดง ใช้คีมหนีบผมเป็นลอน แต่งตัวสวย สูบบุหรี่มวนยาว เดินนวยนาดเข้าไปสังสรรค์กันในซาลอนสวยงามของนครเซี่ยงไฮ้ในยุคที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นปารีสแห่งตะวันออก โดยที่เราแทบไม่ทันได้รู้ตัว และโรงแรมคาโบชองก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ ด้วยการออกแบบของ Eugene Yeh ผู้เคยพาเราย้อนเวลากลับสู่อดีตอันเรืองรองกับโรงแรมยูจีเนียมาแล้ว และคราวนี้เธอก็พาเราย้อนเวลากลับไปสู่อดีตกันอีกครั้ง ด้วยบูติกโฮเต็ลขนาดเล็กที่จำลองบรรยากาศ และกลิ่นอายของนครเซี่ยงไฮ้ในยุค 1920’s ออกมาได้อย่างไม่มีผิดเพี้ยน ทั้งการก่อสร้างตัวอาคารสี่ชั้นแบบอาร์ต เดโคขนาดกะทัดรัด และการตกแต่งภายในที่ประดับประดาด้วยของเก่าสะสม ทั้งเครื่องเรือน ถ้วย จาน ชาม รวมถึงเครื่องประดับตกแต่งที่เป็นของเก่าสุดหรูอย่าง Louis Vuitton trunk ที่ถูกนำมาจัดวางได้อย่างกลมกลืน และมีเสน่ห์น่ารัก จนสามารถถ่ายทอดความเป็น Shanghai Chic ได้อย่างลงตัว

โรงแรมคาโบชองเป็นบูติกโฮเต็ลขนาดเล็กที่มีห้องพักแค่เพียง 8 ห้อง ซึ่งประกอบไปด้วยห้องสวีท และห้องสตูดิโออย่างละ 4 ห้องเท่านั้น โดยเฉพาะห้อง Balcony Suite ที่ตรงระเบียงมองเห็นสวนหย่อมเล็กๆ บนหลังคาโรงรถ ห้องสวีทแสนสวยนี้ ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจโทนขาวนวล ให้บรรยากาศอบอุ่น สะดวกสบาย เหมือนอยู่บ้านส่วนตัว โดยตัวโรงแรมจะอยู่ในตึก Walpole มีสระว่ายน้ำอยู่ชั้นบนสุดในลักษณะของ rooftop swimming pool ที่มองเห็นวิวสุขุมวิทได้รอบด้าน แม้จะมีการตกแต่งแบบย้อนยุค แต่โรงแรมคาโบชองก็ประกอบไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทั้งไวไฟ เคเบิลทีวี และโทรศัพท์ที่ทันสมัย เพื่อให้แขกได้พักผ่อนอย่างเป็นส่วนตัวเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่พลาดการติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอก โดยในส่วนที่เป็นโรงแรมจะมีแค่ 2 ชั้นเท่านั้น โดยชั้นที่ 3-4 จะเป็นส่วนของเซอร์วิส อพาร์ทเมนต์ ที่เปิดให้เช่าทั้งระยะสั้น และระยะยาวตามความต้องการของแขกที่เข้าพัก

โดยชั้นล่างของโรงแรมจะแบ่งออกเป็นห้อง Joy Luck Club Lounge ซึ่งตั้งชื่อตามนวนิยายที่โด่งดังที่สุดของเอมี่ ตัน โดยห้อง Joy Luck Club Lounge นี้จะเสริฟอาหารเช้าตั้งแต่ 7.00 – 10.00 น. และบรันช์ตั้งแต่ 11.00 – 15.00 น. โดยอาหารที่เสริฟจะเป็นทั้งบุฟเฟต์นานาชาติ และ a la carte หลังจากนั้นก็จะมีโปรโมชั่น JLC Happy Hours ตั้งแต่ 16.00 -19.00 น. ซึ่งดริงค์จะลดเหลือครึ่งราคา หลังจากนั้นก็จะกลับมาเสริฟดริงค์ราคาปกติถึง 01.00 น.  ซึ่งห้อง Joy Luck Club Lounge นี้ประกอบไปด้วย main lounge ที่อยู่ด้านหน้า กับห้องสมุดเล็กๆ และ private salon ที่อยู่ด้านในเพื่อความเป็นส่วนตัว โดยจะตกแต่งอย่างเก๋ไก๋สไตล์ปารีเซียงด้วยของเก่าที่ดีไซเนอร์เก็บสะสมไว้ ซึ่งมีทั้งเครื่องบินจำลองสมัยสงครามโลกที่ห้อยลงมาจากเพดาน, กระดองเต่า, หัวม้าลาย แต่ที่โดดเด่น และเป็นไฮไลท์ของที่นี้เลยก็คือ Louis Vuitton trunk ซึ่งเป็นของวินเทจมีอยู่ 4 ใบใช้แทนโต๊ะ โดยจะอยู่ในส่วนของห้องสมุดถึง 3 ใบ ซึ่งห้อง Joy Luck Club Lounge นี้จะเน้นเสริฟดริงค์อย่างเดียว โดยดริงค์แนะนำของที่นี่ก็คือยินโทนิคหลากหลายสูตร ที่โดดเด่นด้วยการผสมเครื่องเทศอย่างข่า ตะไคร้ ลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นอายของความเป็นตะวันออกให้เข้ากับบรรยากาศ ส่วนอีกดริงค์ที่อยากแนะนำก็คือ “สตาร์รูบี้” ที่มีมังคุดเป็นส่วนผสม โดยจะเสริฟเฉพาะหน้ามังคุดเท่านั้น

ถัดจาก Joy Luck Club Lounge ซึ่งอยู่ฟากตะวันตกของตึก ก็มาถึงห้องอาหารไทย Thai Lao Yeh ที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ซึ่งก็ตกแต่งในแนวย้อนยุคอีกเช่นกัน แต่ห้อง Thai Lao Yeh นี้จะตกแต่งออกแนวไทยปนจีน ด้วยการใช้เถาปิ่นโตสมัยคุณแม่ถือไปโรงเรียนมาตกแต่งเพื่อเพิ่มบรรยากาศ นอกจากนี้ยังแอบเก๋ด้วยการใช้กรงนกเปล่าหลากหลายแบบ และสีสัน มาแขวนไว้กับเพดานเพิ่มความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้องอาหาร สำหรับเมนู ก็จะเน้นอาหารไทยแบบ street food ล้วนๆ ซึ่งมีหลากหลายเมนู จากทุกภาคโดยเฉพาะอาหารอีสานรสแซ่บทั้งหลาย ทั้งส้มตำ คอหมูย่าง ไส้กรอกอีสาน ฯลฯแต่ที่อร่อยที่สุดและอยากแนะนำก็คือปากเป็ดทอดกรอบ ที่ทอดได้กรอบและหมักได้อร่อยมาก โดยทางโรงแรมจะมีพ่อครัว แม่ครัวเป็นคนไทยยืนตำส้มตำ และทำกับข้าวให้เห็นในครัวเปิดด้านหลังกันเลย ห้องอาหาร Thai Lao Yeh นี้เปิดให้บริการในตอนกลางวันตั้งแต่ 11.30 – 14.00 น. และตอนเย็นตั้งแต่ 18.00 – 23.00 น. นอกจากนี้ยังมีห้องวีไอพีสำหรับจัดปาร์ตี้ส่วนตัวอีกสองห้อง ซึ่งก็ตกแต่งด้วยกรงนกน่ารักๆ ที่เป็นเอกลักษณ์เช่นเดิม

ด้วยความที่โรงแรมมีแค่ 8 ห้องเท่านั้น จึงไม่พลุกพล่าน ทำให้แขกของโรงแรมสามารถพักผ่อนได้อย่างเป็นส่วนตัวเต็มที่ เหมือนเป็นคุณผู้หญิงและคุณผู้ชายของบ้าน ประกอบกับการบริการที่ใส่ใจและบรรยากาศที่สวยงามรื่นรมย์ จนอยากนั่งอ้อยอิ่งอยู่นานๆ ไม่อยากจากไปไหน

Cabochon Hotel & Residence

14 ถนนสุขุมวิท 45

คลองตันเหนือ, วัฒนา

กรุงเทพฯ 10110

โทร:  +66 2259 2871-3 แฟกซ์: +66 2259 3870

E-mail address: info@cabochonhotel.com

Copyright © 2019 by 99mkrealestate Co.,Ltd.